บทที่ 208 สถานการณ์ (2)

บทที่ 208 สถานการณ์ (2)

"555++เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ลูกชายเราแข็งแกร่งขนาดนั้น แถมมีแกนอสูรที่ยังเหลือกับเค้าอีกมาก ข้าเชื่อว่าลูกชายเราต้องมีลมปราณที่เพิ่มขึ้นจนก้าวกระโดดอย่างน่าตกใจอีกครั้งแน่" เฉิงม๋อที่มั่นใจในตัวลูกชายอย่างมากกล่าวปลอบภรรยาขึ้นมา

"ข้าก็คิดต้องเป็นเช่นนั้น แต่ลูกชายเราก็ไม่รู้เลยว่าไปอยู่ที่ไหนตอนนี้ ก่อนที่จะจากไปบอกแค่ว่าอีกไม่นานจะกลับมาอย่างแน่นอน แต่นี้ก็ผ่านมาหลายวันก็ยังไม่มีวี่แววจะกลับมาเลย" ไป๋ฉิงที่ไม่ได้เห็นหน้าลูกชายตัวเองหลายวันก็ได้แต่หวังว่าลูกชายจะไม่เป็นไรกลับมา

ตั้งแต่หลังจากโค่นล้มผู้นำตระกูล จนยึดครองอำนาจให้ท่านพ่อตัวเองเรียบร้อยแล้ว เฉิงหมู๋จัดการรวบรวมแกนอสูรจากสัตว์อสูรที่ล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้มันอาจจะช่วยเพิ่มลมปราณระดับสูงอย่างลมปราณนภา ลมปราณจักรพรรดิ์ไม่ได้มากนัก เพราะเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำ กับระดับกลางส่วนใหญ่ จึงเหมาะกับผู้ที่มีลมปราณระดับต่ำกว่าลมปราณนภาจึงจะมีประโยชน์อย่างมาก ยิ่งลมปราณต่ำกว่ามากเท่าไร ยิ่งเห็นผลเท่านั้น

หลังจากที่เฉิงหมู๋ได้ทำการรวบรวมเสร็จแกนอสูร ตัวเองก็จัดการดูดซับจิตอสูรที่อยู่ในแกนจำนวนนึง แบ่งให้ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องสาวเพื่อไว้ใช้เพิ่มลมปราณตัวเอง หรือนำไปมอบให้คนในตระกูล แต่หลังจากนั้นเฉิงหมู๋จึงรู้สึกถึงความผิดปกติตัวเอง จึงขอตัวออกมาเพื่อฝึกบ่มเพาะลมปราณตัวเองตัวคนเดียว

"ท่านแม่ ท่านพี่กลับมาแล้วหรอ" เฉิงซินหยุดฝึกทันทีที่ตอนนี้กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับลมปราณพิภพอยู่ หลังจากที่ได้ยินท่านแม่คุยกัน จึงวิ่งเข้ามาดูด้วยความดีใจ

"อ้าวท่านพ่อ ท่านพี่กลับมายังหรอค่ะ" เฉิงซินที่ทำหน้าผิดหวังออกมา หลังจากคนที่เธอพบคือท่านพ่อตัวเอง

"เด็กคนนี้เนี่ยนะ อยากเจอพี่ชายมากกว่าเจอท่านพ่อตัวเองแล้วงั้นรึ ตอนนี้พี่ชายเจ้ายังไม่กลับมาเลย เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ถ้าเค้ามาที่ตระกูลเมื่อไรข้าจะให้คนมาเรียกเจ้าทันที" เฉิงม๋อที่เห็นอาการผิดหวังของลูกสาวตน จึงอดถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"เอาล่ะ เจ้าก็ฝึกมานานแล้ว ถ้าไงเจ้าก็หยุดพักกลับมาที่ตระกูลบ้างเถอะ จะได้ไปรอพี่ชายเจ้าด้วย" เฉิงม๋อที่เห็นลูกสาวตัวเองฝึกเป็นระยะเวลานานแล้ว จึงให้กลับไปพักที่ตระกูล

"นั้นสิ ลูกแม่ เจ้าควรพักผ่อนได้แล้ว เจ้าฝึกวิชาจนแกร่งกล้าขึ้นมามากแล้ว ตอนนี้ก็ควรกลับไปที่ตระกูลกันก่อนเถอะ" ไป๋ฉิงแนะลูกสาวตัวเองด้วยเช่นกัน

"ได้ค่ะท่านพ่อท่านแม่ ข้าจะกลับไปที่ตระกูลกับพวกท่าน" เฉิงซินตอบรับอย่างว่าง่าย

...

เมื่อทุกคนกลับมาที่ตระกูลกัน ไป๋ฉิงกับลูกสาวต่างแปลกใจกับบรรยากาศของตระกูลที่เปลี่ยนไป

"ท่านพี่ ที่ตระกูลมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึป่าว ทำไมข้าเห็นว่าทุกคนทำสีหน้าเคร่งเครียดกันจัง" ไป๋ฉิงกล่าวด้วยความสงสัย

"เฮ้อ ถึงปิดไปก็คงไม่ช่วยอะไร ตอนนี้ที่ตระกูลเฉิงเกิดเรื่องขึ้นน่ะ" เฉิงม๋อที่คิดว่าอีกไม่นานครอบครัวต้องรู้อย่างแน่นอน จึงตัดสินใจเล่าทุกอย่างออกมา

"ข้าไม่นึกเลยว่า ช่วงเวลาที่พวกข้าไม่อยู่จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย แล้วท่านจะจัดการยังไงต่อไป" ไป๋ฉิงกล่าวด้วยความเป็นห่วง

"ตอนนี้เราคงได้แต่เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ เพราะสภาพตระกูลยังไม่ฟื้นฟู จนแข็งแกร่งดีพอ" เฉิงม๋อกล่าวตามความจริงออกมา

......

ณ.ตระกูลกัว

"เรียนท่านผู้นำ ตอนนี้ทุกคนแต่ละแห่งมากันพร้อมหมดแล้วขอรับ" ทหารยามกล่าวออกมา

"ดีมาก เรียกให้ทุกคนมารวมกันที่ห้องประชุมเลย" ผู้นำตระกูลกัวเมื่อทุกคนที่โดนเรียกมากันครบจึงเริ่มประชุม

"เอาล่ะทุกท่าน คงทราบกันดีจากที่ข้าเรียกพวกท่านมารวมกันวันนี้ เร็วๆนี้เราจะมีการเปิดสงครามกับตระกูลเฉิง.เพื่อยึดครองตระกูลเฉิงมาอยู่ใต้อาณัติของเรากับตระกูลเกา แล้วจะมีการแบ่งผลประโยชน์กัน 70 ส่วนตระกูลเกา 30 แล้วได้ลงนามสัญญาเรียบร้อยแล้ว" ผู้นำตระกูลกัวกล่าวอธิบายออกมา

"ท่านผู้นำ พวกเราทราบดีแล้ว แม้มันจะเป็นสงครามใหญ่ แต่ก็เป็นหนทางที่จะทำให้ตระกูลเราใหญ่ยิ่งขึ้นอีกก้าว"

"ใช่แล้ว หลังจากที่เราอยู่กันอย่างสงบมานาน ครั้งนี้เพื่อความรุ่งโรจน์ของตระกูล เราจะทำมันให้ดีที่สุด"

เหล่ายอดฝีมือของตระกูลกัวต่างฮึมเหิมกันอย่างเต็มที่ ไม่มีผู้ใดทักท้วงอีกต่อไป เพื่อความยิ่งใหญ่ของตระกูล ทุกคนจึงพร้อมใจที่จะร่วมรบสงครามระหว่างตระกูลใหญ่กัน ซึ่งอีกฝ่ายนึงเป็นช่วงเวลาที่อ่อนแอย่ำแย่ จึงเหมาะแก่การรุกรานโจมตี